
(15 มกราคม 2569) เวลา 18.24 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
.
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ณ ที่นั้น พลตรี สุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๗ นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ศาสตราจารย์พิเศษวันชัย ศิริชนะ นายกสภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้ช่วยศาสตราจารย์มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรรมการสภามหาวิทยาลัย คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
.


จากนั้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล จบแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ปรีชา สุนทรานันท์ คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ชมพูนุช โสภาจารีย์ คณบดีสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี นายกสภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้วกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ ฯ


.
จากนั้น เสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายพระราชานุสาวรีย์ ฯ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา กองทหารเกียรติยศสำหรับพระราชานุสาวรีย์ ฯ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ ต่อจากนั้น เสด็จขึ้นลานพระราชานุสาวรีย์ ฯ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นคำจารึกที่ฐานพระราชานุสาวรีย์ ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ เสร็จแล้ว เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก
.
ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกสภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานของที่ระลึกตามลำดับ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ แล้วเสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปทรงปลูกต้นรวงผึ้ง ณ บริเวณด้านหน้าอาคารโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จเข้าอาคารโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เสด็จเข้าห้องรับรอง ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกสภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระรูปพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (จำลอง) แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญที่ระลึก (ทองคำ) แด่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร



.
พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แห่งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเททองหล่อพระรูป ณ มณฑลพิธีลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ปัจจุบัน พระราชานุสาวรีย์ ฯ ประดิษฐานที่ด้านหน้าอาคารโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย มีขนาดพระรูปเป็นสองเท่าของพระองค์จริง สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในพระอิริยาบถทรงยืน และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประทับพระเก้าอี้ทางเบื้องขวา พร้อมกับเชิญพระนามาภิไธยของทั้งสองพระองค์ ประดิษฐานที่ด้านหน้าฐานพระราชานุสาวรีย์ ฯ ส่วนด้านหลังของฐานพระราชานุสาวรีย์ ฯ ประดิษฐานแผ่นคำจารึกถึงพระเกียรติคุณของทั้งสองพระองค์ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะในด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ที่ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระราชหฤทัย และพระวิริยอุตสาหะทำให้การแพทย์และการสาธารณสุขของไทยมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ และทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” และ “พระมารดาแห่งการสาธารณสุขไทย” ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้จัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ ฯ แห่งนี้ขึ้น เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ และแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์ เฉลิมพระเกียรติ และประกาศพระเกียรติคุณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีให้แผ่ไพศาล ตลอดจนเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของบุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา ผู้มารับบริการ และประชาชนสืบไป