
แม่ฮ่องสอน – ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิด “พิธีแจกกล้ากาแฟอาราบิกา 2.7 ล้านต้น ประจำปี 2569” ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิกาและพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ลดปัญหาหมอกควันและไฟป่า พร้อมผลักดันจังหวัดแม่ฮ่องสอนสู่ต้นแบบเมืองเศรษฐกิจสีเขียว
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 14.30 น. ที่โรงเพาะกล้า บ้านดง ตำบลห้วยฮอม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีเปิดและส่งมอบกล้ากาแฟอาราบิกาอย่างเป็นทางการ ในงาน “พิธีแจกกล้ากาแฟอาราบิกา 2.7 ล้านต้น ประจำปี 2569” ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิกาและพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน


ภายในงานมีนายจักรชลัช พิบูลธรรมศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีโนเวท จำกัด พร้อมตัวแทนจาก PTG และกาแฟพันธุ์ไทย ในนามคณะผู้จัดงาน ร่วมด้วยนายรัชพล ยาใจ นายอำเภอแม่ลาน้อย หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ตลอดจนเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
การดำเนินโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการปลูกกาแฟอาราบิกาให้แก่เกษตรกร เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยส่งเสริมการปลูกกาแฟในพื้นที่ป่าที่เหมาะสม เพื่อช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ลดปัญหาหมอกควันและไฟป่า รวมถึงสร้างงานและสร้างอาชีพในชุมชน ลดการย้ายถิ่นฐานของคนรุ่นใหม่ และสนับสนุนให้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดอย่างยั่งยืน



นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การมอบกล้ากาแฟอาราบิกาจำนวน 2.7 ล้านต้นในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูผืนป่าของจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลห้วยฮอม อำเภอแม่ลาน้อย และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งกาแฟอาราบิกาเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถเจริญเติบโตร่วมกับระบบนิเวศป่าไม้ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ การส่งเสริมการปลูกกาแฟยังเป็นแนวทางที่ช่วยให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล ลดการบุกรุกพื้นที่ป่า ลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทั้งสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่กลับมาประกอบอาชีพในภูมิลำเนา สืบสานอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชุมชนให้คงอยู่ต่อไป
ความสำเร็จของโครงการครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอนสู่การเป็นต้นแบบเมืองเศรษฐกิจสีเขียว ที่เติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน