
วันที่ 13 มีนาคม 2569 สวนสัตว์เชียงใหม่ จัดกิจกรรมวันช้างไทย ประจำปี 2569 ณ บริเวณส่วนจัดแสดงช้างเอเชีย โดยมี นางสาวอุฬาริกา กองพรหม ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมนำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมจัดงานอย่างพร้อมเพรียง
ภายในงานมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับช้าง เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง และมีบทบาทสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และระบบนิเวศของประเทศไทย
กิจกรรมเริ่มต้นด้วยขบวนแห่รณรงค์อนุรักษ์ช้างไทย โดยตั้งขบวนจากบริเวณวัดกู่ดินขาว พนักงานและเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ร่วมถือป้ายรณรงค์ พร้อมมาสคอตช้าง “ไชโย” และผองเพื่อน ร่วมสร้างสีสัน ก่อนเคลื่อนขบวนมายังส่วนจัดแสดงช้างเอเชีย
จากนั้น เด็กนักเรียนจากโรงเรียนวัดสวนดอก และโรงเรียนบ้านเหล่ายาว ร่วมแสดงศิลปวัฒนธรรมต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ก่อนที่ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่จะมอบอาหารให้แก่ช้างเอเชียเพศเมีย 2 เชือกของสวนสัตว์ ได้แก่ พังไชโย และ พังแสนดาว
ภายในพื้นที่ยังได้จัด “ขันโตกช้าง” ขนาดใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยอาหารหลากหลายชนิด ทั้งกล้วย ข้าวโพด แครอท ฟักทอง และหญ้า เพื่อให้ช้างได้รับอาหารที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการ
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมความรู้และความสนุกสำหรับผู้เข้าร่วมงาน เช่น กิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัลบัตรเข้าชมสวนสัตว์ กิจกรรมทำหน้ากากช้างน้อยแบบ D.I.Y กิจกรรมระบายสี และการเขียนข้อความรณรงค์อนุรักษ์ช้าง
ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวันช้างไทยในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของช้างไทย รวมถึงบทบาทของช้างต่อระบบนิเวศและประวัติศาสตร์ของประเทศ
พร้อมกันนี้ ระหว่างวันที่ 13–15 มีนาคม 2569 สวนสัตว์เชียงใหม่ยังมอบสิทธิพิเศษส่วนลดค่าบัตรผ่านประตู 20 เปอร์เซ็นต์ สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย เช่น จุดจำหน่ายอาหารสัตว์ กิจกรรมป้อนอาหารม้าแคระเชทแลนด์ ทัวร์หลังบ้านเพนกวิน และริงเทลลีเมอร์
ทั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่ และวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาร่วมจัดกิจกรรมภายในงาน
สวนสัตว์เชียงใหม่จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันเป็นพลังสำคัญในการอนุรักษ์ช้างไทย สัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่ทรงคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และระบบนิเวศ เพื่อให้ช้างไทยและสัตว์ป่าทุกชนิดคงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป