วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายสังคม แสนบุดดี ประธานชมรมจิตอาสาพระราชทานเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายศุภฤกษ์ ภาวิไล รักษาการเลขาธิการสภาเมืองเจียงใหม่ และกรรมการเลขานุการคณะอำนวยการเตรียมความพร้อมแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก รวมถึงตัวแทนเครือข่ายชุมชน ลงพื้นที่สำรวจปัญหาการพ่นสีสเปรย์ “กราฟฟิตี้” ในหลายจุดทั่วเมือง


พบว่ามีการพ่นสีตามกำแพงวัด ตู้ไฟ เสาไฟฟ้า บ้านเรือน และร้านค้า สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน และกระทบภาพลักษณ์เมืองวัฒนธรรม ขณะที่เชียงใหม่กำลังอยู่ระหว่างการผลักดันขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก

นายศุภฤกษ์ ระบุว่า เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศิลปวัฒนธรรมงดงาม แต่ปัจจุบันกลับถูกพ่นสีตามจุดต่าง ๆ จนไม่สะอาดตา ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ โดยเฉพาะในช่วงสำคัญที่กำลังเตรียมความพร้อมเสนอ “อนุสรณ์สถาน สถานที่สำคัญ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงแห่งล้านนา” ต่อยูเนสโก
แหล่งสำคัญที่อยู่ในกระบวนการผลักดัน ประกอบด้วยวัดสำคัญ 7 แห่ง ได้แก่
รวมถึงแนวคูเมือง กำแพงเมือง แจ่งทั้ง 4 แห่ง และประตูเมือง 5 แห่ง
ขณะนี้เชียงใหม่อยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) และเตรียมรับการประเมินพื้นที่จากผู้เชี่ยวชาญของ ICOMOS ในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งเหลือเวลาเพียงไม่กี่เดือน


ด้านพระครูปลัดอานนท์ วิสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง ระบุว่า วัดก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้จะมีบางคดีที่จับกุมผู้ก่อเหตุได้ แต่หลายจุดยังไม่สามารถติดตามตัวได้ จึงเรียกร้องให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ
ขณะที่นายปิยะพงษ์ ชัยเงินตา เจ้าของร้านอาหารตำยำช้างเผือก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ ประตูช้างเผือก เปิดเผยว่า ร้านได้รับผลกระทบจากการพ่นสี ทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย แม้จะแจ้งความไว้และมีกล้องวงจรปิดจับภาพได้ แต่ยังกังวลว่าจะเกิดซ้ำ พร้อมเสนอให้เพิ่มมาตรการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ ภาคประชาชนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันฟื้นฟูภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่ ให้สะอาด สวยงาม สมกับการเป็นนครหลวงแห่งล้านนา อายุ 730 ปี และพร้อมก้าวสู่เมืองมรดกโลกในอนาคตอันใกล้